ลงประกาศ ติดต่อเรา  
ข่าว ท่องเที่ยว การศึกษา รูปภาพ คลิป วาไรตี้ ตลาด หางาน
ยายปริกเห็นผี !! โผล่มาเพื่อมากิน… ที่ปากท่อ ราชบุรี

เรื่องราวนี้ โปรดใช้วิจารณาญาณ เป็นเรื่องราวเมื่อ 40 ก่อนปีได้แล้ว เกิดขึ้นที่อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นเรื่องราวนอกเมือง อยู่ในชนบท ที่ความเจริญยังเข้าไปไม่ถึง ถนนหาทางส่วนใหญ่ ก็จะวิ่งขึ้นเขาที่เต็มไปด้วยอันตราย

ณ วันหนึ่ง บรรยากาศบนท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆฝน ทำให้มองดูเหมือนกำลังจะค่ำ ครู่ใหญ่ฝนก็เทลงมาอย่างหนัก แต่ก็ชั่วระยะเพียงสูบบุหรี่หมด 2 มวน เท่านั้นก็หยุด ท้องฟ้ายังไม่เปิด ยังคงครึ้มอยู่และไม่แน่ใจว่าจะมีฝนกระโชกลงมาอีกหรือไม่ เวลาผ่านไปราวเกือบชั่วโมง ฝนก็เริ่มโปรยเม็ดลงมาเบาๆ อีก ทำเอาชายต่างวัย 3 คน พากันบ่นพึมพำ เพราะทั้งสามคนได้มาอาศัยเพิงพักตีนทางลงเขา ซึ่งมีเพียงหลังคาที่เป็นรูปจั่วและยกพื้นด้วยไม้ไผ่ผ่าซีก ที่สูงจากพื้น 1 เมตร กว้างพอที่จะนอนได้สี่คน ฝาก็ไม่มี

แล้วแล้วจู่ ก็เกิดเหตุชายทั้ง 3 ก็ต่างสะดุ้ง เมื่อได้ยินเสียง ” ครืนนนน…ตึ้งๆๆๆ..โครมมม.. ” เหมือนมีหินก้อนมหึมาตกลงมาจากบนท้องฟ้า กระแทกภูเขา แต่ไกลจากที่พวกเขาพักและมันก็เริ่มมืดลงแล้ว จึงเพียงนั่งวิจารณ์กันไปจนกระทั่งฝนหยุดตก ความเงียบสงัดเกิดขึ้น เสียงสัตว์ปีกกรีดร้องระงมไปทั่ว

ชายทั้งสามตัดสินใจนอนพักที่เพิงแห่งนั้นชายสองคนนั่นเอนนอนเรียบร้อยไปแล้ว เหลือแค่ชายอีกหนึ่งคน กำลังจะนอน แต่แล้ว เขาก็ได้ยินเสียง “ ฮืออออ ฮืออออ ฮืออออ หนาววว หนาววว แซ่บๆๆๆ ” และรีบออกมาดู สิ่งที่เขาเห็นเป็นดวงตาที่จ้องไปที่เขา และต่อจากนั้น ปรากฏร่างของมนุษย์ตะคุ่ม ๆ หลายร่างกำลังเดินตามกันมาจากข้างบนอย่างช้าๆ และเงียบเชียบ นอกจากเสียงครางเท่านั้น

ชายผู้นั้น รีบปลุกเพื่อนที่นอนอยู่ ให้ลุกขึ้นมาดู แล้วพูดกันว่า พวกเขาที่เดินกันอยู่นั้น เป็นพวกตัดไม้บนภูเขา แล้วทำไมไม่มีรถรับส่งล่ะ หรือรถอาจเสียก็ได้ ” แต่คิดว่า พวกเขาไปตัดไม้กันไกล และหนาว ทำให้มีเสียงครางอย่างงั้น ช่างเขาเถอะ พวกเขาจึงได้นอนลงไป ในขณะนั้นเอง ก็มีเสียง “ โฮ่ง โฮ่ง..โบร๋ววว์วว ? ” อย่างโหยหวย หนึ่งในสามคนนั้น จึงได้ลุกขึ้นมาดูอีกครั้ง และคิดในใจว่า พวกตัดไม้พวกนั้น หายไปไหนกันหมดแล้ว

เข้าวันรุ่งขึ้น พวกเขาทั้งสาม พากันเดินขึ้นเขาเพื่อกลับบ้าน แต่ใจจริง พวกเขาก็ยังเอะใจกับเสียงดังโครมเมื่อคืน ในระหว่างทางพวกเขาสังเกตุต้นไม้หลายต้นหัก และราบลู่ลงเป็นเส้นทางใหญ่ จึงพากันพะงกดู ข้างล่างพวกเขาเห็นรถหกล้อ สภาพพังยับเยิน แสดงว่า รถคงตกลงไป และกลิ้งหลายตลดและตามทางนั้น มีเศษเนื้อมนุษย์กระจายเต็มไปหมด หนึ่งในชายกลุ่มนี้ จีงรีบวิ่งลงไปด้านล่างให้คนมาช่วย

ข่าวการเสียชีวิตของคนงานเหล่านั้ กระจายไปยังทั้งอำเภอปากท่อ แต่อาจจะมีคนหนึ่ง อาจจะไม่รู้ก็ได้ ก็คือยายปริก แม่ค้าวัย 45 ปี ในขณะนั้น แกจะหาบของขายไปตามบ้านเรือนราษฏรและสถานที่ราชการ ป้าปริกแกเป็นคนแข็งแรง พูดจาดี เอาใจเก่ง หาบของหิ้วขายด้วย

ในวันที่สามของการเกิดอุบัติเหตุนั้น ยายปริกก็ยังขายของเช่นตามปกติ และค่ำแล้ว กำลังจะกลับบ้าน แถมจะมีฝนด้วย แกหาบของผ่านมาทางสถานีตำรวจ แล้วก็มีคนกลุ่มหนึ่งทั้งชายและหญิงที่พากันกวักมือเรียก แม่ค้าๆ อยู่ข้างสถานี วันนี้แกมาขายคนเดียว หลานชายไม่ได้มาด้วย แกมีทีท่าดีใจที่มีคนเรียกซื้อขนม เพราะวันนี้แกขายไม่ค่อยดีนัก แกรีบหาบขนมเข้าวางลงตรงหน้าคนกลุ่มนั้น ป้าปริกแกก็หยิบขนมต่างๆ ส่งให้แล้วนับเงินมาใส่ย่ามคาดเอว ขณะนั้นมี ตำรวจเดินลงมาจากสถานี ก็มายืนมองดูป้าปริกว่าแกกำลังนั่งทำอะไรง่วนอย แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไรเพราะสนิทกับคุณยาย แถมยังแซวยายไปในทำนองว่า "ยายขายดีจังเลย ระวังมือจะพันกันหล่ะ" ยายก็กันไปตอบกับตำรวจว่า " วันนี้ไม่กินกันเหรอ" และได้ยื่นขนมให้กับทางตำรวจ แต่ตำรวจกลับมองไม่เห็นขนมในมือของยายพริก ทางตำรวจก็นึกว่า คุณยายหยอกเล่น แค่สนุก ขำ เท่านั้น

ต่อมาทางหลานชายก็มาถึง และได้ถามตำรวจ " ยังไม่กลับบ้านเลย ไม่รู้เป็นอะไรหรือเปล่า" ทางตำรวจก็ตอบไปว่า "ยายเอ็งไม่เป็นไรหรอก โน่นแน่ะ..แกนั่งขายขนมอยู่ข้างโรงพัก เดี๋ยวรอข้าด้วยสิ ข้าจะเดินกลับบ้านด้วย” พอเดินมาถึงข้างสถานีตำรวจด้านที่มีรถยนต์ชำรุดจอดเอาไว้หลายคัน หนึ่งในนั้น ก็คือรถที่เกิดอุบัติเหตุตกเขา เห็นยายปริกเข้าไปนั่งขายขนม โดยการนั่งขายอยู่คนเดียวออกท่าทางเหมือนมีคนมาซื้ออยู่มากมาย จ่ายันต์กับเด็กอู๊ดก็เลยพากันเดินเข้าไปหา

หลานชายจึงได้ถามยายไปว่า " “ ยาย..ยายทำอะไรอยู่ นี่มันสองทุ่มกว่าแล้วนะยาย ” ป้าปริกแกหันมาทางหลานชาย พร้อมกับเอ็ดตะโรลั่น “ โธ่เว้ย ไอ้อู๊ด เอ็งตะโกนมาได้ ดูซิพวกที่กำลังซื้อขนมข้าพากันเดินหนีไปหมดแล้ว เอ็งก็เห็นว่าข้ากะลังขายขนมอยู่" และนั่นทำให้ตำรวจถึงกลับมาซีดไปซักระยะ แต่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอุบัตินั้น แต่ได้ เอ่ยไปว่า พายายกลับบ้านเถอะ เพราะนี่ีมันจะสองทุ่มแล้ว

และได้มองไปที่รถ “ เฮ้อ..พวกแกคงหิวโหยกันมาสินะ เพราะยังไม่ได้กินข้าวเย็นทุกคน เอาละไว้วันพรุ่งนี้ตอนเช้า ฉันจะใสบาตรด้วยอาหารอุทิศไปให้ แต่ต้องไม่เที่ยวออกมาหลอกชาวบ้านเขานะ ” จ่าพูดจบ พลันก็มีลมกลุ่มหนึ่งพัดอือผ่านเข้ามาพร้อมกลิ่นเหม็นเหมือนพวกวิญญาณที่รถคว่ำจะรับรู้

ในสัปดาห์ต่อมา ตำรวจชุดเดิม ซึ่งใกล้จะออกเวร เห็นคุณยายปริก กำลังก้มหน้าก้มตาหาบขนมอย่างรีบร้อน จ่าจึงทักขึ้นก่อนตามประสาคนคุ้นเคย เพราะตั้งแต่วันนั้น ป้าปริกแกหายเงียบไปเลย “ อ่าววว…ป้า หยุดก่อนซิจะซื้อขนมไปฝากลูกสักหน่อย ” ป้าปริกแกเงยหน้ามองมาทางจ่า ใบหน้าของป้าซีดเขียวคล้ายเพิ่งหายป่วย “ ไม่หยุดละจ่า ฉันจะรีบไปจองทีหน้าตลาด จ่าไปซื้อที่นั่นและกัน ” แล้วแกก็หาบผ่านจ่าไปทางตลาด ซึ่งจ่าเองก็รู้ดี ว่าเหตุไรป้าจึงไม่ยอมหยุดขาย แกคงจะรู้เรื่องรถคนงานคว่ำตกเขาแล้วก็ได้

แต่ทางตำรวจก็ได้เดินไปซื้อขนมกับคุณยาย และถามว่า ยายหายไปไหนมาหลายวัน คุณยาย บอกไปว่า ” “ จ่าเอ๋ย…มันเวรกรรมของฉันเอง เกิดมาจนป่านนี้แล้วเพิ่งโดนผีหลอกได้ ฉันก็สงสัยเหมือนกันว่าคนมันออกมาจากไหนกัน มันกินกันไม่รู้จักอิ่ม และขนมมันก็น่าจะหมดหาบแต่ก็ยังเหลือเท่าเดิม ซึ่งฉันมองเห็นว่ามันค่อยๆพร่องไปนะ ฉันจะลุกขึ้นก็เหมือนมีอะไรมากดให้นั่งลงอีก จนจ่ากับหลานไปเรียกนั้นแหละ พวกมันจึงพากันเกินหายไปทางรถบรรทุกนั้น บรื๋อออ ส่วนเรื่องเงิน พอไปดูที่บ้าน มันกลายเป็นก้อนกรวดแบนบ้าง เป็นใบไม้บ้าง ฉันก็อโหสิให้พวกมันและเอาขนมพวกนั้นออกไปวางกองไว้ข้างทางเดินให้พวกมันมา กินกันให้อิ่ม ”

เรื่องเล่าจาก : หนังสือเมื่อข้าพเจ้าผี

แม่น้ำแม่กลอง สายเลือดใหญ่ แห่งลุ่มแม่น้ำภาคตะวันตก ที่ไหลผ่านจ.ราชบุรี เปิด 9 ประตู สู่เมืองลับแล ของจังหวัดราชบุรี กับความโลภของมนุษย์ “หลวงพ่อห้อง พุทธรักขิโต” พระเกจิดัง วัดช่องลม จ.ราชบุรี
ส่งข้อมูล เรื่องราวต่าง ๆ หรือสอบถามทุกอย่าง ฯลฯ เพื่อนำเสนอ ได้ที่ rbvariety@gmail.com
เวปไซต์แห่งนี้ จัดทำขึ้นมา เพื่อเป็นศูนย์กลางแบ่งปันข้อมูลเพือคนราชบุรี
@ ส่งข้อมูลเพื่อประชาสัมพันธ์ได้ที่ rbvariety@gmail.com