ลงประกาศ ติดต่อเรา  
ข่าวรอบเมือง ท่องเที่ยว การศึกษา รูปภาพ คลิป หางาน
เปิด 9 ประตู สู่เมืองลับแล ของจังหวัดราชบุรี กับความโลภของมนุษย์

โปรดใช้วิจารญาณ ในการอ่าน คำว่า ลับแล ส่วนใหญ่ คนโดยทั่วไป ก็จะนึกถึงเรื่องเล่าต่าง ๆ ตำนาน คนหาย เมืองหาย หรือหลุมต่าง ๆ ที่ ใครหลงเข้าไปแล้ว คงกลับมาไม่ได้ เรื่องผีจับซ่อนบ้าง หรืออาจจะเป็นเพียงแค่นิทาน ที่เล่าสื่บ ๆ ต่อกันมา และนี่คือเรื่องเล่า ที่เกี่ยวข้องกับเมืองลับแลในอดีต ของจังหวัดราชบุรี ว่า มีที่ไหนบ้าง

1.วัดศรีชมพูราษฎร์ศรัทธาธรรม ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี มีเรื่องเล่า เกี่ยวกับพระรูปหนึ่ง เป็นพระที่บรรพชา อยู่ที่จังหวัดเพชรบุรี เดินเข้าไปในถ้ำเขาหลวง แต่จู่ ๆ ก็มาโผล่ที่ปากถ้ำในเมืองราชบุรี (ได้ไง) ซึ่งใกล้ ๆ ปากถ้านั้น (ปัจจุบัน ไม่มีใครทราบว่า ถ้ำนั้น หายไปไหนแล้ว) ก็คือวัดศรีชมภู (ในปัจจุบัน) กว่า 60 กิโลเมตรที่พระรูปนี้ เดินในถ้ำนั้น ซึ่งก็แน่นอน ไม่มีใครเชื่อ แต่ก็บางคนเล่าว่า ถ้ำที่อยู่ในเมืองราชบุรี นั้น สามารถเชื่อมหรือวาร์ปไปที่ถ้ำเขาหลวง เพชรบุรี ได้

2.เขาวังสะดึง ในด้านทิศตะวันออก เคยมีปากถ้ำ แต่ปัจจุบัน มีหินแผ่นใหญ่ ปิดปากถ้าเอาไว้ ซึ่งภายในถ้ำ เล่าขานกันมานานว่า ว่า มีเมืองอีกเมืองคน เรียก่ว่า ขาวเมืองลับแล วันดีคืนดีจะมีเสียงดนตรีไทยประเภทวงปี่พาทย์ดังแผ่ว ๆ มาจากในถ้ำ แต่ไม่สามารถหาแหล่งที่มาของเสียงได้ จากเมืองลับแลนี้ชาวเมืองลับแลจะเป็นกลุ่มคนที่มีความซื่อสัตย์ ขยันทำมาหากิน ซื่อตรง รักเดียวใจเดียว ไม่ลักเล็กขโมยน้อยอยู่กันเป็นกลุ่ม จะพบเห็นคนเมืองลับแลได้ก็ต่อเมื่อเวลาใกล้ค่ำ ชาวลับแลจะออกมาอาบน้ำในสระน้ำด้านหน้าของเขาวังสะดึง เรียกชื่อสระนี้ว่า “สระพัง” หรือบางครั้งชาวลับแลจะลงมาจากเขามาจับจ่ายชื้อเสบียงอาหารที่บริเวณตลาดนัดเชิงเขาในฤดูน้ำหลาก ภาย ในถ้ำของชาวเมืองลับแลจะมีข้าวของเครื่องใช้ครบทุกอย่าง โดยเฉพาะพวกถ้วยชาม เครื่องใช้ในครัวเรือน เมื่อชาวไทยในเขตพื้นที่ใกล้เคียงมีงานมงคลต่าง ๆ มักจะมาเอาถ้วยชามภายในถ้ำไปใช้ เมื่อเสร็จงานแล้วก็จะนำกลับมาส่งคืน จาก ความซื่อสัตย์ของคนเมืองลับแลนี้เองมักจะถูกเอาเปรียบจากคนในพื้นที่ใกล้ เคียงจนมีเรื่องเล่ากันว่า ชาวไทยได้เข้าไปยืมถ้วยชามจากชาวลับแลมาใช้แล้วมักไม่ส่งคืนจนชาวเมืองลับแล เกิดความเบื่อหน่าย การถูกเอารัดเอาเปรียบจึงได้ปิดปากถ้ำไม่ออกมาติดต่อกับคนภายนอกอีกเลย เรื่องเล่าอีกอย่างหนึ่งก็คือ มี ชายไทยเกิดหลงป่าขึ้นไปบนเขาวังสะดึงแล้วเกิดไปพบกับหญิงสาวชาวเมืองลับแล และต่างก็ตกหลุมรักซึ่งกันและกันจึงอยู่กินกันฉันสามีภรรยาภายในถ้ำลับแลจน เกิดพยานรักขึ้น 1 คน โดยสามีจะมีหน้าที่ในการเลี้ยงดูบุตรอยู่ภายในถ้ำ อยู่มาวันหนึ่งในขณะที่สามีเลี้ยงบุตรอยู่นั้นภรรยาก็ออกหาของป่า บุตรเกิดร้องไห้งอแงแล้วสามีมักโกหกว่า "อย่าร้องเดี่ยวแม่มา" จึงทำให้ภรรยาที่เป็นชาวลับแลจับได้ว่าเป็นคนโกหก ชาวเมืองลับแลจึงขับไล่ออกจากถ้ำ โดย ภรรยาก็ได้ให้ห่อขมิ้นห่อใหญ่กับสามีนำติดตัวมาด้วย หลังออกจากถ้ำมาแล้วนึกโกรธภรรยาและคนเมืองลับแลประกอบกับความรำคาญในความ หนักของห่อขมิ้นจึงแก้ห่อขมิ้นทิ้งเสีย นำติดตัวมาเพียงชิ้นเดียว เมื่อกลับถึงบ้านชิ้นขมิ้นกลับกลายเป็นทองคำ เมื่อ ย้อนหลังกลับไปหาขมิ้นที่ตนทิ้งไปก็หาไม่พบ ในอดีตที่ผ่านมาที่บริเวณเขาวังสะดึง มักจะมีสิ่งลี้ลับหลายอย่างที่ไม่สามารถสืบค้นหาความจริงได้ จนตราบเท่าทุกวันนี้ แต่สิ่งที่ทำให้คนในพื้นที่โดยรอบเขาวังสะดึงเชื่อเรื่องเมืองลับแลก็คือ หลัก ฐานลูกปัดโบราณที่มีอยู่โดยรอบบริเวณเชิงเขาวังสะดึง ยิ่งในช่วงฤดูฝนเกิดการชะล้างของน้ำฝนจะพบเห็นได้ง่าย จะไหลมารวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ มักจะมีผู้คนจากต่างจังหวัดที่ทราบข่าวมาขุดดินบริเวณเชิงเขามาร่อนหาลูกปัด กันจำนวนมาก คน ในพื้นที่รอบเขาวังสะดึงได้อธิฐานไว้ว่าขอให้หาลูกปัดตามพื้นดินให้ได้มาก ๆ พอที่จะจำหน่ายเพื่อปลูกสร้างบ้านได้สักหลังก็ได้สมดังคำอธิฐานมาแล้ว ลักษณะของลูกปัดที่พบเห็นจะมีหลายขนาดด้วยกันโดยมีขนาดเล็กสุดเท่าหัวไม้ขีด จนถึงขนาดใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อย มีหลากสีมีรูตรงกลางทุกเม็ด มีความใสคล้ายกับทำจากพลาสติกแต่เมื่อนำมาเผาไฟจะไม่ละลาย ยังคงมีสีและสภาพดังเดิม

3.เขางู จากคำบอกเล่าของคุณณรงค์ คุ้มจิตร์ เล่าว่า " เขางูมีตำนานเล่าจากผู้เฒ่าผู้แก่ว่า เขางูเป็นเมืองลับแล เล่ากันว่า ที่ถ้ำแห่งนี้สามารถทะลุผ่านไปยังเมืองลับแลซึ่งมี ผู้คนชาวลับแลอาศัยอยู่ แต่ไม่มีผู้ใดสามารถมองเห็นคนพวกนี้ได้ วันดีคืนดีจะมี เสียงปี่พาทย์ดังออกมา ใน สมัยก่อนเมื่อชาวบ้านจะทำบุญเลี้ยงพระ จะไปอธิษฐานขอยืมถ้วยชามรามไห จากคนลับแล ก็จะมีถ้วยชามจัดวางไว้ตามที่ขอยืม ต่อมามีคนขอยืมแล้วไม่นำไป คืน ทำให้คนลับแลไม่ให้ยืมอีกต่อไป ปากถ้ำที่เข้าไปสู่เมืองลับแลจึงปิด ตอน เด็กๆ ได้เคยไป วิ่งเล่นแถวนั้น แล้วมีปู่ ย่า ตา ยาย ชี้ให้ดูประตูปากถ้ำ ซึ่งต่อมา ได้ทำกำแพงกั้นไว้ และเมื่อจังหวัดจะมาบูรณะ รถไถจึงไถมาดินมาไว้บริเวณปาก ถ้ำโดยไม่ทราบที่มา ทำให้ปากถ้ำที่เป็นเสมือนกำแพงสู่ตำนานที่เล่าขานกันมา นั้นก็หายไป และนี่คงเป็นที่มาของชื่อถ้ำฝาโถ ซึ่งอยู่ในอาณาบริเวณของเทือก หินเขางู "

4.เขากลางตัวเมืองจอมบึง มีนิทานเล่ากันว่า ชาวเมืองลับแลแห่งจอมบึงนี้ ชอบเล่นดนตรีไทย วันดีคืนนี้ คนจอมบึงจะได้ยินดนตรีไทยปี่พาทย์ แต่ไม่ทราบที่มา ว่า อยู่ตรงจุดใด สมัยก่อน หากคนจอมบึง มีงานอะไรก็แล้วแต่ มักจะไปยืมจานชาม จากชาวเมืองลับแล แต่ผู้คนจะไม่เห็นพวกเขา จะต้องใช้วิธีจุดธูปเพื่อบนบาน บอกไว้ และวันรุ่งขึ้น จะมีของใช้ที่ได้จุดธุปบอกวางเอาไว้ โดยไม่ทราบว่าใครเอามาวาง พองานเสร็จ ล้างถ้วยชาม ส่งคืนที่บริเวณเดิม แต่มีชาวจอมบึง เกิดละโมบ และเก็บบางสิ่งเอาไว้ สร้างความไม่พอใจให้กับชาวลับแล ตั้่งแต่นั้นมา การจุดธุปบนบาน ก็ไม่ประสบความสำเร็จอีกเลย

5.เขาน้อยเทียมสวรรค์ ต.อ่างทอง อ.เมือง มีเรื่องเล่าว่า มีถ้ำ สันนิษฐานว่า อยู่ใต้ฐานเจดีย์ เป็นทางเข้าออกของชาวเมืองลับแล และเนื่องจากระยะเวลาผ่านไป เกิดมีหินย้อยขึ้น ทางวัดกลัวเจดีย์จะทรุด เลยนำหินมาปิดทางถ้ำ ทำให้ชาวเมืองลับแลไม่สามารถติดต่อกับโลกภายนอกได้

6.วัดหินกอง ก็มีเรื่องเล่าของชาวลับแลทำนองเดียวกัน บนยอดเขามีร่องรอยแตกยุกของก้อนหิน ทำให้ปากถ้ำปิด ตัดขาดอีกเช่นกัน

7.ค่ายศรีสุริยวงศ์ (เขาแง้ม จ.ราชบุรี) ก็มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเมืองลับแลเหมือนกัน มีถ้ำ ที่สามารถเข้าไปยังเมืองลับแลได้ แต่ปัจจุบัน คงจะหาไม่เจอแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่า อยู่ตรงส่วนใหญ่ของเขาแง้ม

8.วัดป่าโป่งกระทิง อ.บ้านคา มีเรื่องเล่าของเมืองบังบด เป็นเรื่องเล่าจากพระธุดงค์ว่า ท่าน ได้นั่งวิปัสสนา ในป่าใกล้ ๆ กับวัด แล้วได้ยินเสียงผู้คนจำนวนมากออกมาเล่นกีฬา บางคนออกมาทำธุระ บางคนไปซื้อของ สร้างความฉงนให้กับ พระธุดงค์ จึงได้สอบถาม ไปยังบุคคลเหล่านั้น ว่า พวกเขาเป็นใคร เพราะในป่าแบบนี้ ไม่ใช่ทางคนเดินปกติ พวกเขาบอกว่า มาจากเมือง บังบด ซึ่งพระธุดงค์เอง ก็ไม่เคยได้ยินชื่อ และพวกเขาก็รีบกลับบ้าน พระธูดงค์ ต้องการจะพบพวกเขาอีก แต่ ใน่วันรุ่งขึ้น พวกเขาไม่ได้มา พระธุดงค์ จึงได้ไปสอบถามชาวบ้านแถวนั้น จึงได้คำตอบว่า พวกเขา ไม่ใช่คนแถวนี้ พวกเขาเป็นคนจากเมืองลับแล ทางเข้าออกพวกเขา มีหลุม จะอยู่หลังต้นไม้ต้นใหญ่ ส่วนใหญ่ชาวบ้านมักไม่ค่อยเห็น ซึ่งทราบว่า หลุมหลังต้นไปนั้น ก็คือประตู สู่หมู่บ้านของพวกเขา นาน ๆ จะเปิดซักที

9.ดอนโบสถ์ ต.จอมประทัด อ.วัดเพลง มีเรื่องเล่าว่า ที่ดอนโบสถ์ ก็มีเมืองลับแล ประมาณช่วงกลางเดือนห้า ชาวเมือง จะจัดงานรื่นเริง มีผู้คนมากมายมาเที่ยว ซึ่งจะมองเห็นผ่านทุ่งนาของ อ.วัดเพลง แต่พอคนภายนอกเข้าไปก็ไม่พบงานดังกล่าว แต่พอเขากลับออกมาอีก ก็กลับเห็นงานรื่นเริงแต่ไกล (นึกถึงผีจ้างหนัง) ซึ่งช่วงหลัง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าว ผู้คนไปเดินเหยียบพื้นที่ของพวกเขามาก ทำให้ พวกเขาจึงได้ย้ายหมู่บ้านไป ใครที่เจอก็บอกกันกันมั้งน่ะครับ

ทั้งหมดนี้ เป็นการรวบรวมจากบทความต่าง ๆ และคำบอกเล่า ของคนรุ่นคุณปู่ คุณย่า อาจจะเพี้ยนไปบ้าง โปรดใช้วิจารณญาณ

ราชบุรีมีดีสมัยพุทธกาล เชื่อว่าพระพุทธรูปองค์แรกของสยามประเทศอยู่ที่นี่ ที่เขางู เปิด 9 ประตู สู่เมืองลับแล ของจังหวัดราชบุรี กับความโลภของมนุษย “หลวงพ่อห้อง พุทธรักขิโต” พระเกจิดัง วัดช่องลม จ.ราชบุรี
ส่งข้อมูล เรื่องราวต่าง ๆ หรือสอบถามทุกอย่าง ฯลฯ เพื่อนำเสนอ ได้ที่ rbvariety@gmail.com
เวปไซต์แห่งนี้ จัดทำขึ้นมา เพื่อเป็นศูนย์กลางแบ่งปันข้อมูลเพือคนราชบุรี
@ ส่งข้อมูลเพื่อประชาสัมพันธ์ได้ที่ rbvariety@gmail.com